Jesuits

วันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2551

ครบรอบ 468 ปี ของคณะนักบวชแห่งพระเยซูเจ้า (เยสุอิต)

468 ปีผ่านไป นับตั้งแต่สมเด็จพระสันตะปาปา เปาโลที่ 3 ทรงรับรองและสถาปนากลุ่มสงฆ์หนุ่ม 10 ท่าน ได้แก่ 1) อิกญาซีโอ ชาวบาสก์ 2) ฟรันซิส เซเวียร์ ชาวสเปน 3) ปีเตอร์ เฟเบอร์ ชาวซาวอย-ฝรั่งเศส 4) ซีมอน โรดรีเกซ ชาวโปรตุเกส 5) ดิเอโก ไลอิเนซ ชาวสเปน 6) อัลฟอนโซ ซัลเมรอน ชาวสเปน 7) นิโคลัส โบบาดิลลา ชาวสเปน 8) โคลด์ เจย์ ชาวสวิส 9) ปาสชาส โบรเอท์ ชาวฝรั่งเศส 10) ฌอน โคดือร์ ชาวฝรั่งเศส ภายใต้การนำของคุณพ่ออิกญาซีโอ แห่งโสโยลา ใหห้จัดขึ้นเป็นคณะนักบวชธรรมทูตของพระศาสนจักรคาทอลิก เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2083 (ค.ศ. 1540) ภายใต้ชื่อ คณะนักบวชแห่งพระเยซูเจ้า (the Society of Jesus)” อักษรย่อคือ S.J. หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในนาม เยสุอิต ท่านอิกญาซีโอได้รับแต่งตั้งให้เป็นมหาธิการของคณะคนแรก

หลังจากที่ท่านอิกญาซีโอได้เสียชีวิตแล้ว คณะได้เจริญเติบโตและได้ทำงานในด้านต่างๆมากมาย จนกระทั่งในศตวรรษที่ 18 คณะได้รับผลกระทบจากภัยทางการเมือง พระสันตะปาปา เคลเมนท์ที่ 14 ได้รับความกดดันอย่างสูงจากพวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในยุโรปและได้สั่งให้ยุบคณะเยสุอิตในปี พ.ศ. 2316 (ค.ศ. 1773) ซึ่งในขณะนั้นมีเยสุอิตประมาณ 23,000 คน ทุกคนต้องกระจัดกระจายไป จนกระทั่ง 41 ปีต่อมาคือในปี พ.ศ. 2357 พระสันตะปาปา ปีโอที่ 7 ได้ทรงสถาปนาฟื้นฟูคณะเยสุอิตขึ้นมาใหม่ และคณะก็ได้ดำรงอยู่และทำงานกับพระศาสนจักรในประเทศต่างๆเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

 

คณะเยสุอิตในประเทศไทย

3 ปีหลังการสถาปนาคณะ คือในปี พ.ศ. 2086 ชื่อประเทศไทยของเราก็ถูกกล่าวถึงในคณะเยสุอิตเป็นครั้งแรก เมื่อท่านนักบุญ ฟรันซิส เซเวียร์ กล่าวถึงประเทศไทยในจดหมาย 4 ฉบับของท่าน แต่ตัวท่านเองเพียงแต่ผ่านไปยังญี่ปุ่น และแล้วในราวๆสับดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ในช่วงวันที่ 19-26 ธันวาคม พ.ศ. 2150 อันตรงกับแผ่นดินสมเด็จพระเอกาทศรถ คุณพ่อ บัลธาซาร์ สเควรา เป็นเยสุอิตคนแรกที่มาถึงและพำนักอยู่ในประเทศไทย นับเป็นการเปิดหน้าแรกของคณะเยสุอิตในประเทศไทย ท่านพำนักอยู่ที่อยุธยาประมาณ 2 ปีครึ่งหลังจากนั้นท่านได้ออกเดินทางเพื่อกลับไปยังแขวงเดิม แต่ในระหว่างทางท่านก็ได้เสียชีวิตลงที่จังหวัดเพชรบุรี

บ้านพักแห่งแรกของคณะเยสุอิตได้สร้างประมาณปี พ.ศ. 2169 ในช่วงนี้มีเยสุอิตอยู่ในกรุงศรีอยุธยา เพื่อดูแลชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาในเมืองไทยด้วยเหตุวุ่นวายทางการเมืองและการเบียดเบียนคริสตศาสนา นับว่าเป็นการเริ่มงานด้านการอภิบาลขึ้นแล้ว แต่งานช่วงนี้ก็อยู่ได้ประมาณ 6 ปี และภายหลังจากสิ้นรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรมแล้ว เยสุอิตก็จำต้องออกไปจากประเทศไทยแต่แล้วก็กลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2198 มีบ้านพักและชีวิตกลุ่มคณะขึ้นอีกครั้งหนึ่ง บ้านพักและโบสถ์ของเราอยู่ทีอยุธยาริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับค่ายชาวญี่ปุ่น เยื้องห่างออกไปจากหมู่บ้านโปรตุเกส(ของคณะโดมินิกัน) ประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันบริเวณนี้เป็นซากโบราณสถานอยู่ในย่านชุมชนมุสลิม งานของคณะ ในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นการอภิบาลชาวญี่ปุ่นดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น และในราวๆปี พ.ศ. 2209 คณะเยสุอิตก็ได้เปิดโรงเรียนขึ้น ภายใต้การควบคุมการก่อสร้างของ คุณพ่อ วัลกูร์ เนรา ซึ่งเป็นสถาปนิกและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งสร้างโบสถ์ในบริเวณบ้านของคณะด้วย

สมัยนั้นเป็นช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระองค์ได้ยินกิตติศัพท์ของคุณพ่อ วัลกูร์ เนรา ในความสามารถด้านวิศวกรรม พระองค์จึงมอบหมายหน้าที่ได้ท่านก่อสร้างป้อมกำแพงเมืองใหม่ขึ้นที่เมืองบางกอก นนทบุรีและอีกบางเมือง เพื่อป้องกันข้าศึก ทั้งซ่อมบางส่วนของกำแพงกรุงศรีอยุธยาด้วย นอกจากนั้นท่านยังช่วยออกแบบแนะนำการก่อสร้างพระราชวังที่ลพบุรีอีกด้วย ซึ่งในการนี้ทำให้คุณพ่อเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์มากทีเดียว เห็นได้จากเหตุการณ์หนึ่งที่ได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2201 คือ โบสถ์หลังแรกที่สร้างด้วยไม้ได้ถูกไฟไหม้ เมื่อสมเด็จพระนารายณ์ทรงทราบก็ทรงโปรดประทานสร้างโบสถ์หลังใหม่ที่งดงามอย่างยิ่งกว่าเดิม

 คุณพ่อ ตาชาร์ด ผู้เดินทางมาพร้อมกับคณะทูตจากฝรั่งเศสได้รับหน้าที่เป็นล่ามพิเศษของคณะราชทูตสยามในการเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่พระราชวังแวร์ซายน์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ได้บันทึกไว้ในหนังสือ จดหมายเหตุการเดินทางสู่ประเทศสยามของบาทหลวงตาชาร์ด

เยสุอิตได้อยู่ทำงานในกรุงศรีอยุธยาจนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 นับว่าเป็นการปิดฉากลงของชีวิตเยสุอิตในประเทศสยาม

 ต่อมาวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) คุณพ่อ พอล โอไบรอัน ได้ตอบรับคำเชิญของ ฯพณฯ โชแรง ในการที่จะส่งเยสุอิตมาทำงานอภิบาลในประเทศไทย และวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) คุณพ่อ เปโตร เชรุตตี ชาวอิตาเลียน ได้เดินทางมาถึงประเทศไทย ท่านเป็นเยสุอิตคนแรกที่เข้ามาเปิดภารกิจของคณะขึ้นอย่างเป็นทางการในยุคนี้ (ยุคที่สอง) ซึ่งงานอภิบาลหลักของคณะคือ งานอภิบาลนิสิตนักศึกษาคาทอลิก ที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในมหาลัยต่างๆ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ คณะเยสุอิตยังมีงานต่างๆอีกมากมาย อาทิเช่น การสอนในวิทยาลัย การสอนในรูปแบบต่างๆ การเทศน์-อบรม-ให้คำปรึกษา การนำเข้าเงียบและนำการปฎิบัติจิต งานด้านสังคมสงเคราะห์ งานที่เกี่ยวข้องกับผู้อพยพและผู้ลึ้ภัย (JRS) ผู้ต้องขัง และอื่นๆ

 สมาชิกของคณะในประเทศไทย มีทั้งหมด 27 ชีวิต พระสงฆ์ 17 ท่าน: ไทย 5; อินโดนีเซีย 4; อเมริกัน 3; สเปน 2; ฝรั่งเศส 1; แคนนาดา 1; มาเลเซีย 1 ภราดา 1 ท่าน (สเปน)เณรใหญ่ 5 คน: ไทย 2; อินโดนีเซีย 2; ฟิลิปปินส์ 1

นวกชน 4 คน (ไทย)

บ้านต่างๆที่เยสุอิตทำงาน

 

บ้านเซเวียร์ กรุงเทพฯ (St. Francis Xavier Jesuit Residence)สวนเจ็ดริน เชียงใหม่ (The Seven Fountains Spirituality Center)บ้านโลโยลา สามพราน นครปฐม (Loyola Formation House)วัดแม่พระประจักษ์เมืองลูรด์ บางแสน ชลบุรี (Our Lady of Lourdes Parish and Residence)สันติวนา [ Santiwana Ashram (Ursuline-Jesuit)]

 

ข้าวที่จะเก็บเกี่ยวมีมาก แต่ผู้เก็บเกี่ยวมีน้อยจงอ้อนวอนขอเจ้าของนาให้ส่งผู้มาเก็บเกี่ยวเถิด (ลก 10: 2) "The harvest is plentiful, but the laborers are few; therefore beseech the Lord of the harvest to send out laborers into His harvest. (Lk 10: 2)

 


This Category is currently empty